การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทมีกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าควบคู่ไปกับบริหารจัดการความเสี่ยงคู่ค้า ครอบคลุมปัจจัยด้านคุณภาพสินค้าและบริการความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลกิจการ โดยคู่ค้าใหม่ต้องผ่านการขึ้นทะเบียน และคัดเลือกตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไว้ก่อนจึงจะสามารถเข้าร่วมดำเนินธุรกิจกับกลุ่มบริษัทได้

บริษัทฯ ส่งเสริมให้คู่ค้าปฎิบัติตามแนวปฎิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้ากลุ่มยูเอซี (Sustainable Code of Conduct for Suppliers of UAC Group) ครอบคลุมทุกประเภทและทุกอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯ กำหนดกระบวนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนหลัก 3 หัวขัอดังนี้

  • การสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า
  • การระบุและประเมินความเสี่ยงคู่ค้า
  • การส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาความยั่งยืนของคู่ค้า
การสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า

บริษัทฯ พิจารณาคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่และรายปัจจุบันสอดคล้องต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ โดยกำหนดเกณฑ์ด้านคุณภาพสินค้าและบริการ ตลอดจนด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (ESG) ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมและธรรมาภิบาลของคู่ค้า เป็นเกณฑ์ในการสรรหา คัดเลือกและประเมินศักยภาพคู่ค้า ทั้งคู่ค้าในรายปัจจุบันที่อยู่ในทะเบียนคู่ค้าและคู่ค้ารายใหม่

การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

1. การจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า

บริษัทฯ มีกระบวนการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้าและทบทวนเป็นประจำโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. กลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัท (Critical Tier 1 Suppliers) มี
  2. กลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรงกับบริษัท (non-Tier 1 Suppliers)
  3. กลุ่มคู่ค้าทั่วไป (General Suppliers)

2. การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

บริษัทฯ ระบุความเสี่ยงคู่ค้า โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง ทั้งภายในและภายนอก โดยบริษัทฯ จะทำการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าปีละ 1 ครั้งตามหลักเกณฑ์การประเมิน ครอบคลุมความเสี่ยงแต่ละด้านดังต่อไปนี้

  1. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ
  2. ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล อาทิ การทุจริต การหลีกเลี่ยงภาษี การปฎิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
  3. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
  4. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย อาทิ ความปลอดภัยของการดำเนินกิจกรรม สถิติอุบัติเหตุ การเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
  5. ความเสี่ยงด้านสังคม อาทิ สิทธิมนุษยชน การปฎิบัติต่อพนักงาน ข้อร้องเรียนจากชุมชน
การพัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนความยั่งยืนของคู่ค้า

บริษัทฯ มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า โดยให้ความสำคัญการสร้างความร่วมมือ ระหว่างคู่ค้า ตลอดจนร่วมพัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ตามแนวทางดังนี้

  • กำหนดให้มีการวางแผนธุรกิจกับคู่ค้า การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทฯ กับคู่ค้า เพื่อพัฒนานวัตกรรมหรือโครงการใหม่ ที่ยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ และคู่ค้าไปพร้อมกัน
  • ประเมินตนเองด้านความยั่งยืนคู่ค้า เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัทฯ
  • สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้า บริษัทฯ ได้เสริมสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาวกับคู่ค้า ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เช่น การจัดประชุมคู่ค้าเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเชิญคู่ค้าเข้ามาเป็นวิทยากรให้ความรู้/แลกเปลี่ยนความรู้กับพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

นโยบายการจัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการเป็นหนึ่งในกระบวนการหลักที่สำคัญในการสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มยูเอซีที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านกระบวนการจัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบการบริหารจัดการที่มีแนวปฏิบัติรองรับสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั้งกลุ่มยูเอซี บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการจัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการอย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  1. จัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการ ตามเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลทั้งในด้านคุณภาพ ราคา ปริมาณ การให้บริการและความรวดเร็วในการตอบสนอง โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบครอบคลุมมิติ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
  2. จัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฎิบัติ สามารถตรวจสอบได้รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. จัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการ อย่างเป็นธรรมต่อบริษัทคู่ค้า, Principle ,Suppliers หรือผู้รับเหมาช่วงและมีการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและปฏิบัติต่อคู่ค้าโดยเท่าเทียมกัน มีการให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้องชัดเจนรวมทั้งมีการเปิดช่องทางการรับข้อร้องเรียนและข้อคิดเห็นเสนอแนะ
  4. จัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการ โดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน

ทั้งนี้ผู้บริหารและพนักงานบริษัทในกลุ่มยูเอซีทุกคนมีหน้าที่สนับสนุน ผลักดันและปฏิบัติภายใต้นโยบายและกรอบการบริหารจัดการ จัดซื้อ จัดหาพัสดุและบริการอย่างเคร่งครัด

กลุ่มยูเอซี ได้กำหนดแนวปฎิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า (Suppliers Sustainable Code of Conduct for UAC Group) ขึ้นโดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกรอบการปฏิบัติด้านความยั่งยืนให้แก่คู่ค้า โดยมุ่งเน้นให้คู่ค้ารับทราบถึงข้อกำหนด ข้อบังคับด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความโปร่งใส มีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีการดูแลอาชีวอนามัย และความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืนต่อไป

แนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกคู่ค้า การควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบสินค้าและบริการของคู่ค้า รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงานประจำปีของคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ การประเมินความเสี่ยงคู่ค้า ตลอดจนส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินงานภายใต้แนวทางปฎิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้ากลุ่มยูเอซี ส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และการเติบโตร่วมกันในระยะยาว ร่วมกันป้องกันการหยุดชะงักทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

คู่ค้าต้องมีระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ที่บังคับใช้อย่างเคร่งครัด มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ เช่น การวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอน มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

คู่ค้าต้องจัดให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้พลังงานโดยรวม (Energy Consumption) สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกหรือแผนการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบของกิจกรรมต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม

ความหลากหลายทางชีวภาพ การตัดไม้ทำลายป่าหรือการอนุรักษ์ที่ดิน

คู่ค้าต้องให้ความร่วมมือ มุ่งมั่นที่จะปกป้อง อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการทางระบบนิเวศรวมถึงการใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติให้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การไม่ตัดไม้ในพื้นที่ป่า พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การป้องกันมลพิษและการจัดการของเสีย

คู่ค้าต้องบ่งชี้ แยกแยะและจัดการของเสีย และของเสียอันตราย พร้อมทั้งเฝ้าระวัง รวมถึงบำบัดคุณภาพน้ำทิ้ง และการปล่อยของเสียและผลิตผลจาการเผาไหม้ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตและกระบวนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษสู่อากาศและน้ำ การใช้และการกำจัดสารเคมีที่เป็นพิษและอันตราย รวมถึงการจัดการมลพิษในรูปแบบอื่น ๆ เช่น เสียง กลิ่น การสั่นสะเทือน การปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รังสีหรือมลพิษอื่น ๆ ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบที่ใช้บังคับ โดยมีการตรวจสอบคุณภาพอยู่เสมอ

การลดก๊าซเรือนกระจกและการลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

ค้าต้องร่วมมือ เพื่อลดผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งจากกระบวนการทางธุรกิจของคู่ค้าหรือห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้า และพิจารณากำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน คู่ค้าควรพิจารณาคิดคำนวณ Carbon footprint ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ด้านสังคม (Social)

สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
  • การปฎิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
    คู่ค้าต้องเคารพในความแตกต่าง ความหลากหลายของพนักงานและผู้ปฎิบัติงานในสถานที่ทำงานและปฎิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม เคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล ไม่ลิดรอนสิทธิของพนักงานอันมีสาเหตุจากเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ เผ่าพันธ์ สีผิว ศาสนา สถานะทางสังคม สถานภาพเกี่ยวกับการสมรส เพศ อายุ รสนิยมทางเพศ ความพิการ แนวคิดทางการเมือง คู่ค้าต้องไม่เลือกปฎิบัติไม่ว่าในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม
  • การต่อต้านการล่วงละเมิด
    คู่ค้าต้องต่อต้านไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดและการคุมคามในทุกรูปแบบในองค์กร คลอบคลุมการแสดงพฤติกรรมซึ่งไม่เป็นไปที่ปราถนา ไม่ว่าจะมีนัยยะทางเพศหรือไม่ก็ตามหรือก่อให้เกิดบรรยากาศในการทำงานที่ไม่เป็นมิตรซึ่งการคุกคามที่มีนัยทางเพศหรือการคุกคามที่ไม่มีนัยทางเพศอาจเกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพหรือสถานภาพบุคคล เช่น สรีระทางกายภาพ ความทุพพลภาพ เผ่าพันธ์ เชาว์ปัญญา เป็นต้น
  • แรงงานเด็ก
    คู่ค้าต้องไม่จ้างแรงงานที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ให้ใช้แรงงานเด็กหรือบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเวลากลางคืนหรือในสถานที่ที่มีลักษณะเป็นอันตราย
  • แรงงานบังคับ
    คู่ค้าต้องไม่จ้างแรงงานที่เกิดจากการบังคับหรือไม่เต็มใจในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้แรงงาน การใช้แรงงานที่ต้องทำงานเพื่อชำระหนี้ การบีบบังคับทำงานที่บุคคลทำงาน ทำด้วยความไม่สมัครใจ โดยอาศัยวิธีการหรืออ้างเหตุ เพื่อการลงโทษ การข่มขู่
  • เสรีภาพในการรวมเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์
    คู่ค้าต้องยอมรับในสิทธิและเสรีภาพของลูกจ้างของตนที่พึงมีในการเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมสมาคม สหภาพ สหพันธ์รวมถึงการเจรจาต่อรองต่าง ๆ
  • เงื่อนไขการทำงาน
    คู่ค้าต้องปฎิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นที่มีการบังคับใช้และกฎหมายที่เกี่ยวกับสภาพการทำงาน รวมถึงชั่วโมงการทำงาน ค่าตอบแทนและการเลิกจ้าง
  • ค่าจ้างและสวัสดิการ
    คู่ค้าต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและจะไม่หักค่าจ้างพนักงานไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้
  • การสร้างและพัฒนาทักษะ
    คู่ค้าต้องส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความรู้ความสามารถให้กับพนักงานและผู้ปฎิบัติงานในสถานที่ทำงาน โดยวางแผนการพัฒนา ทบทวนความรู้ความสามารถเดิมที่มีอยู่ จัดอบรมหรือให้โอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการทำงานและเกิดการปฎิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย: (Occupational Health and Safety)
  • ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    คู่ค้าต้องจัดให้มีนโยบายด้านสุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมถึงมีการจัดเครื่องป้องกันภัยส่วนบุคคลให้กับลูกจ้างอย่างเพียงพอและเหมาะสม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกจ้างนำเสนอประเด็นปัญหาด้านความปลอดภัยในการทำงาน
  • การป้องกันและตอบสนองสภาวะฉุกเฉิน
    คู่ค้าต้องคาดคะเน บ่งชี้และประเมินสถานการณ์และเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงมีการวางแผนและมีวิธีปฎิบัติรองรับการตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉิน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาวะฉุกเฉินดังกล่าว
  • การพัฒนาและมีส่วนร่วมกับชุมชน
    คู่ค้าต้องสร้างและมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบในพื้นที่ดำเนินงานของคู่ค้า พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความรู้ความสามารถ ส่งเสริมให้สมาชิกในชุมชนสามารถสร้างงาน รายได้และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอนามัยของสมาชิกในชุมชนและชุมชนโดยรอบ

ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ (Governance)

การปฎิบัติตามข้อบังคับ

คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยปฎิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ทั้งระดับสากล ระดับชาติและท้องถิ่น รวมถึงกฎระเบียบที่บังคับในการดำเนินธุรกิจและใบอนุญาตที่จำเป็นต่อธุรกิจนั้น ๆ

การต่อต้านการทุจริตและการติดสินบน

กลุ่มยูเอซี มีเจตนารมณ์ในการปฎิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัดเรื่องการทุจริต กรรโชก ฉ้อโกงหรือการติดสินบน หากคู่ค้าใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการจ่ายหรือรับสินบน จะถูกยกเลิกสัญญา กลุ่มบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการยกเลิกสัญญาดังกล่าวและคู่ค้าอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

การต่อต้านการแข่งขันทางการค้า

คู่ค้าต้องไม่ก่อให้เกิดหรือเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎเกณฑ์หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า เช่น ความร่วมมือที่ผิดกฎหมายในการกำหนดราคา การแบ่งตลาดที่ผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมอื่นใดที่ฝ่าฝืนกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมถึงควรสนับสนุนและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น สนับสนุนการต่อต้านการผูกขาด การต่อต้านการทุ่มตลาด และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสภาพสังคมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความยากจนหรือสภาวะตลาดและการเงิน เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

รางวัล

คู่ค้าต้องรับทราบว่าพนักงานกลุ่มยูเอซี ไม่มีการให้หรือรับของขวัญ ของที่ระลึกอันจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการดำเนินงานหรือก่อให้เกิดการเอื้อประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมเว้นเสียแต่ว่าเป็นของขวัญที่ให้ตามธรรมเนียมปฎิบัติทางธุรกิจที่คู่ค้าหรือบุคคลที่สามอาจจะมอบให้หรือได้รับจากกลุ่มยูเอซีโดยเปิดเผย

ผลประโยชน์ทับซ้อน

คู่ค้าต้องรายงานให้กลุ่มยูเอซีทราบ หากพบว่ามีการดำเนินการใด ๆ พนักงานกลุ่มยูเอซีอันอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างกลุ่มยูเอซีกับคู่ค้า โดยแจ้งให้ทราบพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

การรักษาความลับ

คู่ค้าต้องมีกระบวนการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของกลุ่มยูเอซี

การเปิดเผยข้อมูล

คู่ค้าต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องและเปิดเผยข้อมูลในด้านธุรกิจ สิ่งแวดล้อม กิจกรรมสังคม โครงสร้างรวมถึงผลประกอบการ โดยมีความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การเคารพในสิทธิทางปัญญา

คู่ค้าต้องมีนโยบายและแนวปฎิบัติเกี่ยวกับการไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เป็นต้น โดยสร้างความตระหนักให้กับพนักงานขององค์กร เคารพซึ่งสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นและต้องขออนุญาตจากบุคคลผู้เป็นเจ้าของในทรัพย์สินทางปัญญาให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนที่จะมีการใช้งาน ตลอดจนต้องไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมใด ๆ ก็ตามอันมีลักษณะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลอื่น