CCS กับ CCUS นวัตกรรมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อธุรกิจไทยสู่ Net Zero

Knowledge Sharing

การประกาศใช้มาตรการภาษีคาร์บอนและกฎเกณฑ์ CBAM ที่เข้มงวดขึ้นในปี 2026 กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน เทคโนโลยีอย่าง CCS และ CCUS จึงก้าวเข้ามาเป็น นวัตกรรมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ทรงพลังที่สุดในการจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหากธุรกิจไทยสามารถปรับตัวและนำ นวัตกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้ทันท่วงที ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระทางภาษีมหาศาล แต่ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นอันดับหนึ่ง

CCS (Carbon Capture and Storage) นวัตกรรมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อการกักเก็บ

กระบวนการของเทคโนโลยี CCS เริ่มต้นจากการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิดในภาคอุตสาหกรรม ก่อนจะทำการขนส่งผ่านระบบท่อเพื่อนำไปฉีดกักเก็บไว้ในชั้นหินลึกใต้ดินอย่างถาวร โดยในประเทศไทยมีการศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงอย่างบริเวณอ่าวไทยเพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บในระดับมหภาค จุดเด่นที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการจัดการกับปริมาณคาร์บอนจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมหนักได้ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการลงทุนเพื่อความยั่งยืนที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนในเชิงสิ่งแวดล้อม แต่ CCS ยังคงมีข้อจำกัดในด้านผลตอบแทนทางการค้าที่ไม่ได้ออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เน้นไปที่การลดค่าปรับและภาษีคาร์บอนเป็นหลัก

CCS กับ CCUS นวัตกรรมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage) นวัตกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สู่มูลค่าใหม่

ความแตกต่างที่ชัดเจนของ CCUS คือการเพิ่มตัว "U" หรือ Utilization เข้ามา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์จากของเสียให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าในกระบวนการผลิต นี่คือความก้าวหน้าของ นวัตกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนนิยามของการจัดการมลพิษไปอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือการนำคาร์บอนที่ดักจับได้มาผสมในคอนกรีตสำหรับงานก่อสร้างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง หรือการต่อยอดในกลุ่ม นวัตกรรมพลังงาน ด้วยการผลิตเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและพลาสติก ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสร้างโมเดลรายได้ใหม่จากการหมุนเวียนทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ความแตกต่างระหว่าง CCS กับ CCUS และ นวัตกรรมพลังงาน สำหรับโอกาสธุรกิจไทย

การเลือกระหว่างสองเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของธุรกิจ โดย CCS มุ่งเน้นไปที่การกำจัดคาร์บอนทิ้งอย่างถาวรในปริมาณมาก จึงเหมาะสมกับกลุ่มโรงไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในระดับสูงเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิต ในขณะที่ CCUS เน้นการนำคาร์บอนกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งตอบโจทย์โรงงานขนาดกลางและอุตสาหกรรมเคมีที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์สีเขียวออกสู่ตลาด

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ได้แสดงแนวโน้มในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน CCUS อย่างเต็มที่

CCS กับ CCUS นวัตกรรมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

สรุป

CCS และ CCUS ไม่ใช่เทคโนโลยีที่มาแข่งขันกันเอง แต่เป็นเครื่องมือที่ธุรกิจต้องนำมาใช้ร่วมกันตามความเหมาะสมของบริบทการผลิต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรเริ่มทำในทันทีคือการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้ทราบปริมาณการปล่อยที่แท้จริงและสามารถวางแผนเลือกใช้ นวัตกรรมพลังงาน ที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนวิกฤตภาษีคาร์บอนให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคนี้

บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC Global มีความมุ่งมั่นในการยกระดับธุรกิจอย่างยั่งยืนพร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ติดตามเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมลดโลกร้อน และ พลังงานทางเลือก ได้ที่นี่